Health Articles

Trans Fat ไขมันอันตราย ไม่อยากตายต้องเลี่ยง!

ด้วยวิถีชีวิตที่เร่งรีบในสังคมปัจจุบันทำให้คนส่วนใหญ่นิยมรับประทานฟาสต์ฟู้ด (Fast food) กันมาก อุตสาหกรรมอาหารฟาสต์ฟู้ดในบ้านเราจึงเติบโตอย่างรวดเร็ว มีร้านอาหารประเภทนี้ผุดขึ้นแทบทุกหัวถนน แต่รู้หรือไม่ว่าอาหารพวกนี้มี “ไขมันทรานส์” ซึ่งเป็นไขมันชนิดที่อันตรายที่สุดแฝงอยู่ วันนี้เราจะมาทำความรู้จักกับเจ้าไขมันที่ว่านี้กัน

ไขมันทรานส์คืออะไร
ไขมันทรานส์ (Trans Fat) คือ ไขมันที่ผ่านกระบวนการไฮโดรจีเนชั่น (Hydrogenation) เป็นการเติมอะตอมไฮโดรเจนลงไปในโมเลกุลเพื่อทำให้ไขมันไม่อิ่มตัวกลายเป็นไขมันอิ่มตัวสูง แปรสภาพจากน้ำมันเหลวเป็นของแข็ง ในอุตสาหกรรมอาหารนิยมนำไขมันทรานส์มาเป็นส่วนประกอบในการผลิต เพราะมันมีคุณสมบัติทนความร้อนได้สูง เก็บรักษาได้นานโดยไม่เหม็นหืน มีรสชาติอร่อย และอีกหนึ่งคุณสมบัติที่ทำให้ไขมันทรานส์เป็นที่โปรดปรานของบรรดาผู้ประกอบการด้านอาหารทั้งหลายก็คือ ราคาถูก ช่วยลดต้นทุนการผลิตได้ เรียกว่าลงทุนน้อยแต่ได้กำไรเน้นๆ

ไขมันทรานส์อยู่ในอาหารประเภทใดบ้าง
กว่า 40 เปอร์เซ็นต์ของอาหารที่วางจำหน่ายในท้องตลาดล้วนอุดมด้วยไขมันทรานส์ ไม่ว่าจะเป็นมาร์การีน เนยขาว ครีมเทียม เค้ก คุกกี้ โดนัท แฮมเบอร์เกอร์ เฟรนช์ฟรายด์ ป๊อปคอร์น ขนมปังกรอบ แป้งพิซซ่า ขนมขบเคี้ยวต่างๆ

อันตรายจากการบริโภคไขมันทรานส์
ไขมันทรานส์เป็นไขมันชนิดที่อันตรายที่สุดในบรรดาไขมัน เพราะนอกจากมันจะไปเพิ่มไขมันไม่ดี (LDL Cholesterol) ในร่างกายแล้ว มันยังไปลดจำนวนไขมันดี (HDL Cholesterol) ที่มีประโยชน์กับร่างกายลง ซึ่งจะทำให้เกิดการสะสมของตะกรันบนผนังหลอดเลือด ทำให้รูหลอดเลือดตีบแคบ ส่งผลให้อวัยวะที่หลอดเลือดนั้นนำเลือดไปเลี้ยงขาดออกซิเจน ก่อให้เกิดโรคต่างๆ เช่น หัวใจขาดเลือด สมองขาดเลือด ไตขาดเลือด ซึ่งอันตรายร้ายแรงถึงขั้นเสียชีวิตอย่างเฉียบพลันได้ นอกจากนี้ไขมันทรานส์ยังย่อยสลายได้ยากกว่าไขมันชนิดอื่น ยิ่งกินเข้าไปก็ยิ่งทำให้ไขมันในร่างกายพอกพูนจนกลายเป็นโรคอ้วนได้เช่นกัน

เลือกกินอย่างไรให้ปลอดภัย
สิ่งที่เราควรทำคือตรวจสอบส่วนผสมของอาหาร โดยให้สังเกตที่ข้อมูลไขมันรวม (Total Fat) บนฉลากโภชนาการ ซึ่งอาหารบางชนิดอาจจะระบุไขมันทรานส์ในชื่ออื่นๆ เช่น Vegetable Oil Shortening, Hydrogenated Vegetable Oil, Hydrogenated Margarine, Shortening แต่กระนั้นอาหารบางชนิดก็อาจเขียนบนฉลากว่า No trans fat ซึ่งก็ไม่ได้หมายความว่าจะไม่มีไขมันทรานส์อยู่ เพราะตามกฎหมายแล้ว หากผลิตภัณฑ์นั้นมีปริมาณไขมันทรานส์ไม่เกิน 0.5 กรัม อนุญาตให้เขียนบนฉลากว่า No trans fat ได้ ดังนั้นทางที่ดีที่สุดคือเลือกรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ หลีกเลี่ยงของมันและอาหารที่มีแคลอรี่สูง

อ่านมาถึงบรรทัดนี้คงพอทำให้รู้จักไขมันทรานส์กันบ้างแล้ว แต่อีกส่วนที่ไม่พูดถึงไม่ได้คือ เรื่องที่หลายคนเข้าใจผิด คิดว่าน้ำมันพืชคือไขมันทรานส์ แต่ความจริงแล้วไม่ใช่นะ น้ำมันพืชบรรจุขวดที่วางขายกันอยู่ในท้องตลาดเป็นน้ำมันบริสุทธิ์ที่สกัดมาจากพืช ไม่ได้มีการเติมไฮโดรเจนลงไปในกระบวนการผลิตแต่อย่างใด จำง่ายๆ ก็คือ ไขมันทรานส์มีลักษณะเป็นของแข็ง เช่นพวกเนยขาว เนยเทียม แต่น้ำมันพืชบรรจุขวดยังมีสภาพเป็นของเหลวอยู่ มันจึงเป็นคนละอย่างกัน เพราะฉะนั้นอย่าไปจำสับสน แต่ถ้าหากยังไม่แน่ใจล่ะก็ เรามีคำยืนยันจาก รศ.ดร.เจษฎา เด่นดวงบริพันธ์ อาจารย์ภาควิชาชีววิทยา คณะวิทยาศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย คลิกไปฟังที่คลิปด้านล่างได้เลยจ้า