Fit & Firm

6 เหตุผลดีๆ ที่ชีวิตนี้ต้องวิ่ง

การวิ่งมาราธอนของหลายคนอาจหมายถึงการวิ่งเพื่อเข้าเส้นชัย ในขณะที่บางคนขอเพียงได้วิ่งเพื่อออกกำลังกาย แต่จริงๆ แล้วการวิ่งให้อะไรหลายๆ อย่าง อย่างน้อยก็มีเหตุผลดีๆ ของการออกไปวิ่งตั้ง 6 ข้อ ที่อ่านแล้วคงทำให้หลายๆ คนหันมาออกกำลังกายด้วยการวิ่ง

1.  วิ่ง…ทำให้มีความสุขมากขึ้น
ผลวิจัยพบว่า การเดินบนลู่วิ่งเพียง 30 นาที สามารถบรรเทาอารมณ์ทุกข์ทรมานจากโรคซึมได้ทันที หากมีโอกาสได้ไปวิ่งมาราธอนในบริเวณอากาศปลอดโปร่ง ทิวทัศน์งามตาสวยๆ ความสุขย่อมเพิ่มขึ้นทวีคูณ

2.  วิ่ง…คือความฟิต
การวิ่งคือการออกกำลังกายที่ช่วยเผาผลาญแคลอรีได้ดี หลังวิ่งแล้วร่างกายยังคงเผาผลาญ (after burn) ต่อไปอีกระยะหนึ่ง โดยเฉพาะผู้ที่วิ่งเป็นประจำ นั่นหมายถึงแคลอรี่จำนวนมหาศาลที่จะหายไปจากร่างกายขณะวิ่งและหลังวิ่ง นอกจากนี้ การวิ่งยังดีต่ออวัยวะอื่นๆ ทั้งปอด หัวใจ และหลอดเลือด การเริ่มต้นวิ่งใหม่ๆ อาจรู้สึกเหนื่อยแทบขาดใจ แต่หากฝึกฝนและอดทน ร่างกายจะสามารถปรับตัวจนแข็งแกร่งและฟิตเปรี๊ยะ

3.  วิ่ง…ช่วยเสริมข้อต่อและกระดูก
การวิ่งต้องใช้อวัยวะและระบบต่างๆ ของร่างกายช่วยควบคุมการเคลื่อนไหวและรับน้ำหนัก โดยเฉพาะกล้ามเนื้อและข้อต่อส่วนขา แรงกดจากการวิ่งช่วยเพิ่มการไหลเวียนของน้ำในข้อต่อ อีกทั้งยังทำให้กล้ามเนื้อบริเวณขาแข็งแรง ช่วยพยุงข้อต่อและลดแรงกระแทกของข้อเข่าได้ดีขึ้น การวิ่งที่ถูกวิธีและต่อเนื่องยังช่วยเพิ่มมวลกระดูกและป้องกันการสูญเสียมวลกระดูกได้อีกด้วย

4.  วิ่ง…ช่วยให้ดูดีแม้อายุมากขึ้น
อายุจะกลายเป็นเพียงแค่ตัวเลขไปทันทีที่คุณขยับตัวเริ่มวิ่ง ออกกำลังกายแบบคาร์ดิโอช่วยเพิ่มออกซิเจนให้ร่างกาย ทำให้สีหน้ามีเลือดฝาด เนื่องจากเส้นเลือดฝอยขยายขนาดและจำนวนขึ้น ผิวพรรณเปล่งปลั่ง นอกจากนี้ยังเผาผลาญแคลอรีจนหน้าท้องแบนราบ รวมถึงช่วยเสริมสร้างจิตใจให้แจ่มใส ยิ่งไปกว่านั้น ในผู้ป่วยโรคหลอดเลือดสมอง การออกกำลังกายเป็นประจำยังช่วยเพิ่มความจำทางภาษา ความคิดและในการตัดสินปัญหาเพิ่มขึ้น

5.  วิ่ง…ลดความเสี่ยงมะเร็ง
การวิ่งไม่สามารถรักษามะเร็งได้ แต่การออกกำลังกายเป็นประจำมีความสัมพันธ์กับการลดความเสี่ยงของโรคมะเร็งบางชนิด การวิ่งยังเพิ่มความแข็งแรงและภูมิต้านทานให้ผู้ป่วยโรคมะเร็งที่กำลังได้รับเคมีบำบัด นอกจากนี้การได้พูดคุยกับคนรอบข้างช่วยให้จิตใจแจ่มใสไม่หมกมุ่นอยู่แต่ความเจ็บป่วย

6.  วิ่ง…เพิ่มสมรรถนะหัวใจให้ดีขึ้น
แม้การออกกำลังกายหรือในปริมาณและความหนักที่เหมาะสมก็สามารถทำให้สมรรถนะหัวใจดีขึ้นได้ ผลการวิจัยพบว่า ควรวิ่งอย่างน้อยครั้งละ 30 นาที 5 ครั้งต่อสัปดาห์ (150 นาที/สัปดาห์) ในความหนักระดับปานกลาง (วิ่งไปร้องเพลงได้ หรือพูดเป็นประโยคยาวต่อเนื่องได้) 

นอกจากนี้ หากเราต้องการเพิ่มประสิทธิภาพในการวิ่งหรือการออกกำลังกายแบบอื่นๆ ปัจจุบันสามารถทำการตรวจสุขภาพพร้อมทั้งวัดความฟิตในรูปแบบต่างๆ เช่น วัดความฟิตของกล้ามเนื้อที่จำเป็นต่อวงสวิง ลดการบาดเจ็บ พัฒนาประสิทธิภาพแบบโปรกอล์ฟ ตรวจวัดความฟิตแบบนักไตรกีฬามืออาชีพ เพื่อพัฒนาความทนทานตามหลักวิทยาศาสตร์การกีฬา หรือวัดสมรรถนะของกล้ามเนื้อที่จำเป็นสำหรับการเตะบอล เมื่อรู้จุดเด่น จุดด้อยของตัวเอง ก็สามารถพัฒนาไปได้อย่างถูกทาง เพื่อพัฒนาให้ร่างกายมีประสิทธิภาพที่ดีและเหมาะกับตัวเราที่สุด

รู้อย่างนี้แล้ว หยิบรองเท้า เปลี่ยนชุด แล้วก้าวเท้าไปออกกำลังกายกันดีกว่า

 

บทความโดย:  นพ. สุรเมศวร์ ศิริจารุวงศ์
ข้อมูลแพทย์:  https://www.samitivejhospitals.com/th/doctors/suramet-sirijaruwong/