Let's Talk Health

“จ๊ะ” เผยอาการป่วยอัมพาตใบหน้า เครียดจัดฝืนถ่ายละครทั้งน้ำตา!!

เป็นอีกหนึ่งสาวที่ได้ชื่อว่ารักสุขภาพมากสำหรับ จ๊ะ จิตตาภา แจ่มปฐม แต่ถึงจะออกกำลังกาย ดูแลตัวเองอยู่ตลอดเวลา ก็ยังมีเหตุให้ต้องป่วยหนักรุนแรงจนหวิดเป็นอัมพาตถาวร วันนี้เธอจะมาแชร์เรื่องราวอาการป่วยของเธอให้เราได้ฟังกัน เพื่อเป็นอุทาหรณ์ให้คนที่ยังผัดวันประกันพรุ่งในการจะลุกขึ้นมาดูแลตัวเองได้ตระหนักว่า โรคร้ายมันอยู่ใกล้ตัวกว่าที่เราคิด

ได้ข่าวว่าเคยเต้นบัลเล่ต์มาก่อน?
ใช่ค่ะ จ๊ะเต้นบัลเล่ต์มาตั้งแต่เด็ก เต้นมา 20 กว่าปี แต่ตอนนี้ไม่ได้เต้นแล้วเพราะว่ากล้ามเนื้อต้นขาด้านในฉีกทั้งสองข้างเลย มันฉีกมาเป็นเวลานานแล้วไม่รักษา ฉีกจนถึงจุดที่มันพีคเลยต้องหยุดเต้นไปเลย พอเลิกเต้นบัลเล่ต์จ๊ะก็ยังเข้ายิมอยู่ จริงๆ ก็เข้ายิมมาตั้งแต่ตอนที่เต้นบัลเล่ต์แล้วเพื่อทำให้กล้ามเนื้อแข็งแรงค่ะ

ออกกำลังกายตลอดแต่ก็ยังป่วยหนักจนเกือบเป็นอัมพาต
เมื่อไม่กี่ปีก่อนจ๊ะเป็นโรค Bell’s palsy ค่ะ สาเหตุเกิดจากเราไปโดนเชื้อโรคในน้ำสกปรกค่ะ คือโรคนี้มันเกิดได้หลายสาเหตุ บางคนเครียดมากๆ ถึงเป็น แต่ว่าช่วงที่เป็นนั่นจ๊ะไม่ได้เครียดนะคะ ตอนนั้นจ๊ะถ่ายละคร 7 วัน หมอบอกว่าพักผ่อนน้อย แล้วภูมิต้านทานมันลดลงเยอะ ประกอบกับตอนนั้นไปลงน้ำสกปรก คงเป็นจังหวะที่ไม่ได้ตั้งใจแล้วเอาน้ำที่มีเชื้อโรคเข้าไป ตอนนั้นอาการรุนแรงมาก หน้าใช้การไม่ได้ครึ่งซีก เป็นอัมพาตครึ่งหน้า ปากจะตก น้ำลายจะไหลตลอด ตอนนั้นเครียดพอสมควร เพราะว่าเราต้องใช้หน้าในการทำงาน แล้วระหว่างที่จ๊ะป่วยก็ไม่ได้มีการหยุดกอง เพราะโรคนี้มันต้องใช้เวลารักษา 6 เดือน ถึง 2 ปี แล้วแต่คน ตอนนั้นถ่ายละครเรื่อง The Sixth Sense สื่อรักสัมผัสหัวใจ ภาค 2 ซึ่งจะให้ทุกคนมาหยุดกองเพื่อรอเราไม่ได้ ก็ต้องถ่ายไปด้วยทั้งๆ ที่หน้าเป็นแบบนั้น เล่นละครได้ไม่เต็มที่เลย เพราะว่าหน้าครึ่งหนึ่งเราขยับไม่ได้ เราก็เล่นไปร้องไห้ไป เครียดมาก

รักษานานไหมกว่าจะหาย
รักษาอยู่ประมาณ 1 ปีกว่าจะหายขาด จริงๆ โรคนี้มันมีสิทธิ์ที่จะไม่หายค่ะ บางคนหายแต่ก็ไม่ร้อยเปอร์เซ็นต์ เราก็จะเห็นว่าคนที่หายไม่ร้อยเปอร์เซ็นต์เวลาพูดปากเขาจะดึงลง คุณหมอเองก็ตอบไม่ได้ว่าเคสไหนจะหายกี่เปอร์เซ็นต์ ตอนนั้นคุณหมอก็จ่ายยาให้ทาน มันจะมียาตัวหนึ่งที่บังคับให้เราพักผ่อน ทานแล้วจะง่วง แต่ว่าจ๊ะมีคิวถ่ายละครดึกมากไปถึงเช้า พอยาบังคับให้หลับแล้วเราไม่หลับมันเลยกลายเป็นว่าเราอาเจียน เพราะเหมือนมันไปต้านกัน ทรมานมาก ตอนนั้นรักษาหลายแบบมาก แพทย์ทางเลือกอย่างฝังเข็มก็ไป ลองทุกอย่างเท่าที่ลองได้เลยค่ะ ซึ่งจ๊ะโชคดีมากที่รักษาแล้วมันหายขาดร้อยเปอร์เซ็นต์ หลังจากหายเราก็พยายามพักผ่อนให้เพียงพอ เรื่องของสภาพจิตใจเราต้องไม่เครียด เมื่อไหร่ที่รู้สึกเครียดต้องพยายามดึงตัวเองออกไปจากตรงนั้น เพราะคุณหมอบอกว่าสองเรื่องนี้เป็นจุดหลักที่สำคัญมาก

พอเป็นโรคนี้ทำให้เราดูแลตัวเองมากขึ้นไหม
ปกติจ๊ะออกกำลังกายและก็ดูแลตัวเองอยู่แล้ว แต่ตอนนี้อาจจะระมัดระวังมากขึ้น เพราะว่าอะไรก็เกิดขึ้นได้ มันทำให้เรามีสติอยู่ในทุกขณะจริงๆ ก่อนหน้านี้จ๊ะไม่รู้จักโรคนี้เลยจนกระทั่งเป็น ทุกอย่างเกิดขึ้นหลังจากเราหลับไปหนึ่งคืน คือเหมือนกับชีวิตมันคาดเดาไม่ได้ เหมือนที่เขาบอกว่า การไม่ป่วยเป็นลาภอันประเสริฐ ถ้าเราไม่สบายครั้งหนึ่งมันหงุดหงิด อึดอัดไปหมด ตอนที่ป่วยจ๊ะเครียดมาก คุณหมอก็เตือนว่ายิ่งเครียดยิ่งแย่ ตอนนั้นต้องทานยาหลายตัวมาก แล้วยาที่ได้มามันคือสเตียรอยด์ โอเค มันเข้าไปทำลายเชื้อโรคก็จริง แต่ผลข้างเคียงที่ตามมามันเยอะมาก ทานแค่สัปดาห์เดียวน้ำหนักขึ้นมา 8 กิโลกรัม สิวขึ้นเต็มหน้า รู้สึกว่าร่างกายอย่างอื่นเราแย่ เราไม่มีแรง

เรื่องอาหารการกินต้องดูแลเคร่งครัดไหม
จริงๆ เมื่อก่อนคุมเรื่องอาหาร แต่ทำแล้วรู้สึกว่าฝืนตัวเองมาก พี่ๆ เทรนเนอร์หลายคนก็แนะนำว่าอย่าเครียด เมื่อไหร่ที่เครียดร่างกายมันจะทำงานได้ไม่เต็มที่ ระบบเผาผลาญก็จะทำงานได้ไม่เต็มที่เหมือนกัน มาออกกำลังกายให้สนุกดีกว่า ให้ร่างกายมันได้ขยับ พอเราเลิกวุ่นวายกับเรื่องการกิน กินให้พอดี จ๊ะว่ามันโอเคขึ้นเยอะเลย ทุกวันนี้กินทุกอย่าง แต่ก็จะลดมื้อเย็น คือลดคาร์โบไฮเดรตมื้อเย็น เน้นผัก ผลไม้ และก็เน้นโปรตีน โปรตีนสำคัญมาก เพราะว่าโปรตีนเอาไว้ซ่อมแซมร่างกาย ซ่อมแซมส่วนที่สึกหรอ เวลาที่เราออกกำลังกาย โปรตีนจะเข้าไปช่วยทำงาน ซ่อมแซมส่วนที่ร่างกายได้ถูกใช้ไป

ส่วนไหนในร่างกายที่ดูแลยากสุด
ผิวหน้าดูแลยากสุด จ๊ะเป็นคนแพ้ง่ายอยู่แล้ว ผิวบาง โดนฝุ่นนิดนึงก็ผื่นขึ้นแล้ว เวลามีประจำเดือนหน้าจะมีผดขึ้นตลอด สิวจะเป็นง่าย แต่จ๊ะไม่ค่อยเป็นสิวเม็ดใหญ่ จะเป็นผดเม็ดเล็กๆ มากกว่า ซึ่งมันเลี่ยงไม่ได้เวลาไปกองถ่าย บางทีเราต้องเข้าไปในสถานที่ที่มันมีฝุ่น ปกติจ๊ะใช้ครีมไม่เยอะนะ เพราะยิ่งเยอะยิ่งแย่ มันจะตีกันบนหน้าเรา ส่วนใหญ่จ๊ะจะเน้นปรึกษาแพทย์ จะใช้ของคุณหมอ จะใช้ผลิตภัณฑ์ที่มันอ่อนต่อผิวหน้าจริงๆ เราต้องเลือกมากๆ บางทีไปทำงาน ต่อให้พี่ช่างแต่งหน้าจะเอาครีมแพงแค่ไหนมาให้เราใช้ ภายใน 15 นาทีเท่านั้นแหละ ผื่นขึ้นแบบแต่งต่อไม่ได้เลย แล้วขึ้นเยอะมาก แค่ฉีดสเปรย์ที่ผม ละอองโดนหน้าก็ไปแล้ว แพ้ง่ายมาก คือมันป้องกันไม่ได้ นอกจากแสดงเสร็จแล้วรีบล้างหน้า ล้างเครื่องสำอางออก แล้วค่อยลงครีมรักษา ถ้าวันไหนไม่มีงานจ๊ะจะไม่แต่งหน้า คือลงครีมแล้วพักหน้าเลย เป็นเอเลี่ยนไปเลย (หัวเราะ)

แนะนำสำหรับคนที่ยังลังเลในการออกกำลังกาย
จริงๆ อยากให้นึกถึงจุดประสงค์ในการออกกำลังกายก่อน เท่าที่จ๊ะคุยกับน้องๆ หลายคน เขามาออกกำลังกายเพื่อจะให้มีกล้ามท้อง คือจ๊ะว่ากล้ามที่มามันคือผลพลอยได้มากกว่า แต่อยากให้โฟกัสที่สุขภาพเป็นหลัก เน้นให้ร่างกายเราแข็งแรง ให้สุขภาพดีขึ้น ควบคู่กับไปกับการกินให้ถูกโภชนาการ สำหรับจ๊ะคิดว่าผู้หญิงจะสวยไม่จำเป็นต้องผอม ผู้หญิงอ้วนก็สวยมีเสน่ห์ได้ จ๊ะเชื่อในเรื่องสุขภาพที่ดีมากกว่า เรื่องของบอดี้มันเป็นเรื่องนานาจิตตังมาก ออกกำลังกายเพื่อสุขภาพดีกว่า ใครที่ยังลังเลก็อยากให้หันมาดูแลสุขภาพตัวเอง แข็งแรงมันดีกว่าเป็นไหนๆ ค่ะ