Health Articles

‘ถุงน้ำดีข้น’ โรคยอดฮิต ปล้นชีวิตคนเมือง!

    นับเป็นประเด็นที่สร้างความตื่นตระหนกอย่างมาก สำหรับบทความที่ถูกแชร์ในโลกโซเชียล เรื่องที่ว่า ‘การกินน้ำมันพืชจะทำให้เกิดภาวะถุงน้ำดีข้น ซึ่งเป็นอันตรายร้ายแรงถึงขั้นเสียชีวิต’ เพราะคนไทยจำนวนไม่น้อยนิยมใช้น้ำมันพืชในการประกอบอาหาร เพื่อคลายความสงสัยและไม่ให้เกิดความเข้าใจแบบผิดๆ เราจะมาไขคำตอบเรื่องนี้กัน แต่ก่อนอื่นต้องไปทำความรู้จักกับเจ้าถุงน้ำดีที่ว่านี้กันก่อน

    ถุงน้ำดีคืออะไร
    ถุงน้ำดีเป็นอวัยวะชนิดหนึ่ง อยู่บริเวณใต้ตับตรงชายโครงขวา มีลักษณะเป็นถุงสีออกขาว ขนาดเท่ากับไข่ไก่ลูกเล็ก หน้าที่ของมันคือรับน้ำดีจากตับมาเก็บไว้เพื่อรอส่งต่อไปยังลำไส้เล็ก ส่วนน้ำดีก็จะมีหน้าที่หลักๆ คือช่วยย่อยอาหารประเภทไขมัน โดยจะทำให้ไขมันแตกตัวเป็นเม็ดเล็กๆ เพื่อให้น้ำย่อยจากตับอ่อนย่อยต่อให้มีขนาดเล็กลงอีกเพื่อให้ร่างกายสามารถดูดซึมไปใช้งานได้

    ภาวะถุงน้ำดีข้นเกิดขึ้นได้อย่างไร
    ในการส่งน้ำดีจากถุงน้ำดีไปที่ลำไส้นั้น ถุงน้ำดีจะบีบตัวจนฟีบเพื่อส่งน้ำดีออกจากถุงน้ำดีจนหมดไม่เหลือ แต่หากมีอะไรไปทำให้ถุงน้ำดีบีบตัวไม่สุดและมีน้ำดีตกค้างอยู่ในถุงน้ำดีล่ะก็ จะทำให้เกิดนิ่วในถุงน้ำดี นิ่วที่ว่านี้เกิดจากการตกผลึกของหินปูน คอเลสเตอรอลที่มีอยู่ในน้ำดี ลักษณะของนิ่วที่เกิดจะมี 2 แบบคือ แบบเม็ดทรายและแบบโคลน มีขนาดเล็กมากเพียงแค่ 1-3 มิลลิเมตรเท่านั้น เราเรียกภาวะที่เกิดขึ้นนี้ว่า ‘ภาวะถุงน้ำดีข้น’

    สาเหตุที่ทำให้เกิดภาวะนี้
    1. การอดอาหาร เมื่ออดอาหารจะทำให้ไม่มีไขมันลงไปที่กระเพาะและทางเดินอาหารส่วนต้น เมื่อไม่มีไขมันก็ไม่มีตัวที่จะไปกระตุ้นน้ำดี เมื่อไม่มีอะไรไปกระตุ้นถุงน้ำดีก็จะเกิดการตกตะกอนได้

    2. การใช้ยาบางชนิด เช่น ยาที่ใช้ในผู้ป่วยที่เป็นโรคกลุ่มเลือดออกในทางเดินอาหาร หรือกลุ่มยาปฏิชีวนะบางตัวที่มีผลกับการเคลื่อนไหวของถุงน้ำดี
    3. การตั้งครรภ์ รังไข่ของผู้หญิงจะผลิตฮอร์โมนเอสโตรเจนในช่วงที่ตั้งครรภ์ ซึ่งฮอร์โมนตัวนี้จะไปกระตุ้นให้ร่างกายสร้างคอเลสเตอรอลเพิ่มขึ้น จนอาจทำให้เกิดการตกตะกอนในถุงน้ำดีได้
    4. โรคเบาหวาน ผู้ป่วยโรคเบาหวานจะมีระดับไตรกลีเซอไรด์ในเลือดสูง ซึ่งจะส่งผลให้ถุงน้ำดีจะบีบตัวได้น้อย จึงเสี่ยงต่อการเกิดนิ่วในถุงน้ำดี
    5. ภาวะอ้วน ความอ้วนเป็นสาเหตุทำให้ปริมาณคอเลสเตอรอลในน้ำดีเพิ่มขึ้น เมื่อมีมากเกินไปจึงเสี่ยงต่อการตกตะกอนได้
    6. พันธุกรรม ถ้ามีประวัติคนในครอบครัวเป็นโรคนี้จะเสี่ยงต่อการเกิดโรคมากขึ้น
    7. การกินอาหารที่มีไขมันอิ่มตัวสูง เช่น เนื้อสัตว์ติดมัน เนย ชีส เฟรนช์ฟรายด์ กะทิ น้ำมันหมู น้ำมันมะพร้าว 

    ลักษณะอาการ
    บางคนอาจมีอาการคลื่นไส้ เรอ ท้องเฟ้อ คล้ายอาการของอาหารไม่ย่อย แต่โดยส่วนใหญ่ภาวะนี้จะไม่พบอาการผิดปกติแสดงให้เห็น มักจะตรวจพบโดยบังเอิญจากการตรวจเช็คร่างกายด้วยโรคอื่นมากกว่า แต่ในรายที่ก้อนนิ่วเคลื่อนตัวไปอุดในท่อส่งน้ำดีจะมีอาการปวดบิดรุนแรงเป็นพักๆ บริเวณใต้ลิ้นปี่ ร้าวมาที่ไหล่ขวาหรือบริเวณสะบักขวา และมีอาการคลื่นไส้ อาเจียนร่วมด้วย หากสงสัยว่าตัวเองอาจมีนิ่วในถุงน้ำดี หรือเกิดอาการผิดปกติดังที่กล่าวมาข้างต้น ควรไปพบแพทย์เพื่อทำการรักษาต่อไป

    วิธีป้องกัน
    • ลดการบริโภคอาหารที่มีคอเลสเตอรอลสูง

    • รักษาน้ำหนักตัวไม่ให้มากเกินไป ไม่ตามใจปากจนเป็นโรคอ้วน
    • ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ
 
    น้ำมันพืชคือสาเหตุที่ทำให้เกิดภาวะถุงน้ำดีข้นหรือไม่
   ต่อข้อสงสัยที่ว่า เมื่อกินน้ำมันพืชแล้วจะเกิดคราบเหนียวในลำไส้ ทำให้ระบบดูดซึมของร่างกายเสียสมดุล จนส่งผลให้เกิดภาวะถุงน้ำดีข้นนั้น ขอตอบเลยว่าไม่เป็นความจริง เพราะเมื่อเราบริโภคน้ำมันเข้าไป ไม่ว่าจะเป็นน้ำมันพืชหรือน้ำมันสัตว์ เมื่อผ่านกระเพาะอาหารลงไปถึงลำไส้เล็ก น้ำมันหรือว่าไขมันนั้นก็จะถูกน้ำดีล้อมไว้ให้มันละลายลงในน้ำ ก่อนจะถูกเอนไซม์ไลเปส (Lipase) ที่มาจากตับอ่อนย่อยให้กลายเป็นโมเลกุลเล็กลง จากนั้นจะถูกดูดซึมผ่านผนังลำไส้เล็กเข้าสู่เส้นเลือดฝอยเพื่อนำไปเลี้ยงส่วนต่างๆ ของร่างกาย แต่ถึงแม้ร่างกายจะมีความผิดปกติใดๆ เกิดขึ้น เช่น ถุงน้ำดีไม่ดี ตับอ่อนทำงานผิดปกติ หรือการหลั่งเอนไซม์ไม่ดี อย่างไรน้ำมันที่ไม่ได้ถูกย่อยก็จะโดนขับออกจากร่างกายไปพร้อมกับกากอาหารในรูปของอุจจาระอยู่ดี

    จากข้อมูลที่นำเสนอมาทั้งหมดน่าจะพอทำให้หลายท่านคลายความกังวลเรื่องภาวะถุงน้ำดีข้นและการกินน้ำมันพืชไปได้บ้าง แต่หากยังไม่แน่ใจล่ะก็ เรามีบทสัมภาษณ์ยืนยันจาก นพ.พิรัตน์ โลกาพัฒนา หรือที่หลายท่านรู้จักในนาม ‘หมอแมว’ เจ้าของเพจดัง ‘ความรู้สนุกๆ แบบหมอแมว’ พร้อมภาพอินโฟกราฟฟิกอธิบายให้เข้าใจง่ายๆ มาให้ดูกัน คลิกที่คลิปด้านล่างได้เลยจ้า