Let's Talk Health

อองตวน ปินโต “ชก” เพราะสนุก ผูกพันจนเป็นอาชีพที่รัก ต่อยอดแรงบันดาลใจสู่สิ่งที่ฝัน


ก้าวเข้าสู่วงการมวยได้ยังไง
ตอนที่ย้ายมาเมืองไทยได้สัก 1 ปีก็เริ่มเบื่อๆ เพราะเราเล่นแต่กับน้องอย่างเดียว ตอนนั้นผมอายุประมาณ 12 ขวบ น้องชาย 10 ขวบ เราอยากได้เพื่อน แล้วแถวบ้านมีค่ายมวย สมัยนั้นค่ายมวยป๊อปปูลาร์มาก มีเด็กๆ มาซ้อมกันเยอะ เราก็เลยเข้าไปเพื่อหาเพื่อน พอซ้อมได้ประมาณ 3 สัปดาห์ก็ต้องขึ้นชก ครั้งแรกก็ชนะคะแนน คือฟลุคแหละผมว่า เพราะเด็กอีกคนก็ไม่ค่อยเป็น ไม่รู้เรื่องเหมือนกัน

ชอบกีฬาชกมวยตรงไหน
เริ่มแรกมันมาจากการที่เราอยากมีเพื่อน แต่พอซ้อมไปมันก็ต้องขึ้นชก มันเป็นการจริงจังไปในตัว เพราะทุกคนที่เข้ามาในค่ายต้องทำเหมือนกันหมด ทุกวันนี้มันกลายเป็นกีฬาที่เรารัก มันผูกพัน มันสร้างความรู้สึก สร้างอะไรกับเราหลายอย่าง มันฝึกความอดทน แล้วก็ความเอาชนะใจตัวเอง อันนี้เป็นสิ่งสำคัญ ถึงแม้เราจะชกชนะอีกฝ่าย แต่จริงๆ เราต้องเอาชนะใจตัวเองก่อนตั้งแต่ซ้อม ตั้งแต่การกิน การนอน การมีระเบียบวินัย มันเป็นการเอาชนะใจตัวเองตลอดเวลา

อะไรยากที่สุดในการเป็นนักมวย
จิตใจยากสุด ใจต้องสู้ครับ ต้องมีความอดทน มันไม่ใช่แค่อดทนบนเวที แต่เป็นความอดทนทุกๆ วัน ผมว่าคนจะเก่งในปีเดียวมันเก่งได้ แต่คนที่จะเก่งให้ยาวถึง 10 ปี มันยากกว่า เราจะรู้ว่าคนนี้มีใจนักสู้จริงๆ ก็ในวันที่ทุกอย่างไม่ปกติ อาจจะมีปัญหาครอบครัว ปัญหากับแฟน ปัญหาเงิน หรือร่างกาย มันจะโชว์ว่าเราสามารถรักษาศักยภาพบนเวทีได้หรือเปล่าในวันที่จิตใจไม่เต็มร้อย คนดูเขาไม่รู้หรอกว่าเรามีปัญหาอะไร คนดูเขาก็อยากได้มาตรฐานที่มันเท่าเดิม การรักษามาตรฐานเท่าเดิมในวันที่เราไม่ปกติอันนี้ยากสุด

 

Pain is the price patience is the key.

A post shared by อองตวน ปินโต (@antoine_pinto) on

รับมือกับปัญหาที่เข้ามายังไง
เวลาที่ผมเครียดผมจะยิ่งซ้อมหนักกว่าเดิม ผมจะเอาความรู้สึกเก็บกด กดดันทุกอย่างไปลงในเวลาซ้อม แล้วก็พยายามโฟกัสไปที่การแข่งขัน เราจะต้องแข่ง เราจะต้องผ่านมันไปให้ได้ สักวันจะต้องซัคเซส แล้วปัญหามันก็จะไม่สำคัญถ้าผมซัคเซสกับสิ่งนี้ การเป็นนักมวยมันต้องดูแลตัวเองมากกว่า เพราะว่ามันมีการปะทะ เรื่องการเอาชนะใจตัวเองก็ส่วนหนึ่ง แต่มันมีการปะทะเราก็ต้องดูแลตัวเองมากขึ้น เราต้องเอาชนะคู่ชกแล้วเราก็ต้องเอาชนะความเจ็บปวดด้วย

อาชีพนี้สอนอะไรเรา
เหมือนเป็นการเรียนรู้ตัวเองว่าเราทำได้ขนาดไหน เราผ่านอะไรได้บ้าง อะไรที่เราเคยคิดว่ามันเป็นเรื่องใหญ่ จริงๆ มันไม่ใช่เรื่องใหญ่ เราผ่านมันไปได้ สิ่งที่เรียนรู้มากที่สุดคือ ไม่มีทางตัน ไม่มีอุปสรรคไหนที่เราผ่านไม่ได้ อย่างถ้าเราเจอคู่ชกใช้เทคนิคนี้ มันก็จะมีอีกเทคนิคหนึ่งที่ใช้แก้ได้ หรือถ้าเราเจ็บตรงนี้ เราก็ใช้ส่วนอื่นมาสู้ มันทำให้เราเรียนรู้ว่าชีวิตไม่มีทางตัน ชีวิตมีทางแก้ตลอดเวลา

ทุกวันนี้ดูแลร่างกายตัวเองยังไง
เมื่อก่อนผมซ้อมวันละ 5-6 ชั่วโมงทุกวัน แต่ตอนนี้เหลือวันละ 1 รอบ เพราะผมชกมวยน้อยลงกว่าเมื่อก่อน แต่ก็ซ้อมทุกวัน ดูแลตัวเองทุกวัน ถ้ามีรายการชกผมก็จะกลับมาซ้อมหนักปกติ แต่ช่วงที่รับงานอื่นๆ ก็ยังดูแลร่างกายให้มันคงที่ ก็จะมีเล่นเวท บางวันก็ไปวิ่ง อย่างน้องชายผมจะมีรายการชกตลอด เขาซ้อมหนักตลอด ผมก็จะเป็นคู่ซ้อมให้ หรือเขาต้องไปวิ่งสปีด ผมก็ไปวิ่งเป็นเพื่อนเขา

ต้องกินอาหารอะไรบำรุงเป็นพิเศษไหม
ถ้าเวลาซ้อมปกติจะกินอะไรก็ได้ เพราะเราจะเบิร์นแคลอรีค่อนข้างสูงมาก เพราะฉะนั้นจะกินอะไรก็แล้วแต่เราเลย แต่ก็จะมีบำรุงเป็นเรื่องปกติ จะมีโปรตีน กินอกไก่ค่อนข้างเยอะ แต่ไม่ได้มีห้ามกินอะไร ผมจะกินอาหารตามสบาย ผมชอบกินฟาสต์ฟู้ด แต่ก็จะรู้ว่าวันไหนเรากินเยอะก็ต้องไปชดใช้ ไปซ้อมให้หนักขึ้น

พยายามดูแลสุขภาพตัวเองทุกวันเพื่อคนที่รัก
ผมคิดว่าถ้าเราไม่ดูแลสุขภาพมันเป็นการเห็นแก่ตัว แฟนผมจะพูดตลอดว่า อยากให้อยู่ด้วยกันนานๆ อยากให้ดูแลตัวเอง จะได้อยู่กับคนที่เรารักไปนานๆ อย่างผมเป็นนักมวยก็มีบาดเจ็บตลอดเวลา แต่ผมผ่านความเจ็บปวดได้ ผมชินกับเรื่องความเจ็บ ไม่ใช่ปัญหา แต่คนที่ลำบากคือคนที่ดูแลเรา ฉะนั้นผมจะคิดตลอดว่าการที่เราไม่ดูแลร่างกายตัวเอง คนที่ลำบากมันไม่ใช่แค่เรา ผมอยากให้ทุกคนมาออกกำลังกาย เพราะความมั่นใจมันเกิดจากร่างกายก่อนเลยครับ วันไหนผมไม่ได้ออกกำลังกายจะรู้สึกว่าทำอะไรก็ไม่ดี ทำอะไรก็ไม่ประสบความสำเร็จ แต่วันไหนที่เรามั่นใจในร่างกายตัวเอง วันไหนที่เราสุขภาพดี ตื่นเช้ามา อาบน้ำ รีเฟรช ผมมั่นใจแล้ว มันมีกำลังใจในชีวิตมากขึ้น ร่างกายก็จะสดใส ทำให้เรามีความสุขมากขึ้น

คิดว่าประสบความสำเร็จในสิ่งที่ตั้งใจไว้หรือยัง
สมัยก่อนพอบอกคนอื่นว่าเป็นนักมวย คนก็จะคิดว่าผมซาดิสม์ ไม่มีการศึกษา แต่ทุกวันนี้พอผมพูดว่าผมเป็นนักมวย ผมรู้สึกว่าผมประสบความสำเร็จ เพราะคนก็จะบอกว่าเก่งนะ มันเป็นการยอมรับของคน ถ้าคุณเป็นนักกีฬาแล้วเขาบอกว่าคุณเก่ง ก็คือโอเคละ มันผ่านละ เมื่อก่อนตอนเด็กๆ ผมคิดว่า ถ้าไม่ได้ชกมวยแล้วผมจะเป็นครูมวย แต่ว่าการเป็นครูมันถ่ายทอดสืบทอดได้น้อย เพราะว่าครูเขาจะไม่สอนถ้าเราไม่โชว์ความตั้งใจให้เห็น ต่อให้จ่ายเงินเยอะแค่ไหนเขาก็ไม่สอน เพราะว่าวิชามันซื้อกันไม่ได้ ผมเลยมาเปิด Pinto Fight Studio แรงบันดาลใจส่วนหนึ่งคืออยากสืบทอดวิชาที่เมื่อก่อนเราไม่เคยได้เรียน หรือเรียนรู้ช้า ให้กับคนที่อยากเรียน ทุกวันนี้ผมรู้สึกพอใจกับสิ่งที่ทำมาแล้วครับ