Health Articles

“หัวใจเต้นผิดจังหวะ” โรคร้ายที่อาจตายแบบเฉียบพลัน!

เมื่อกลางดึกคืนก่อนที่ผ่านมามีข่าวว่านักแสดงชื่อดัง “หนุ่ม-กรรชัย กำเนิดพลอย” เกิดอาการแน่นหน้าอกจนวูบหมดสติไป เคราะห์ดีที่คนในครอบครัวมาเห็นเข้าจึงนำตัวส่งโรงพยาบาลได้ทันเวลา หลังจากแพทย์ทำการตรวจวินิจฉัยอย่างละเอียดก็พบว่าคุณหนุ่มเป็นโรคหัวใจเต้นผิดจังหวะ เมื่อเอ่ยชื่อโรคนี้หลายท่านอาจจะพอรู้กิตติศัพท์ของมันกันบ้างแล้ว แต่ก็ยังมีคนไทยจำนวนไม่น้อยที่ไม่รู้ว่าอาการของโรคนี้ร้ายแรงถึงขั้นทำให้เสียชีวิตได้แบบเฉียบพลัน ซึ่งจากข้อมูลของกระทรวงสาธารณสุขระบุว่า ทุกๆ 1 ชั่วโมง จะมีคนไทยเสียชีวิตด้วยโรคหัวใจ 1 คน หรือโดยเฉลี่ยวันละ 24 คน วันนี้เราจะมาทำความรู้จักกับเจ้ามัจจุราชร้ายที่คร่าชีวิตคนให้ตายได้แบบไม่รู้ตัวกัน
โรคหัวใจเต้นผิดจังหวะ คือโรคหัวใจชนิดหนึ่ง เป็นภาวะที่หัวใจเต้นไม่เป็นจังหวะตามธรรมชาติ โดยอาจเต้นเร็วเกินไปหรือช้าเกินไป ซึ่งเกิดจากการลัดวงจรของกระแสไฟฟ้าในหัวใจ ทำให้การสูบฉีดเลือดไปยังส่วนต่างๆ ของร่างกายไม่มีประสิทธิภาพเท่าที่ควร จนอาจส่งผลให้ผู้ป่วยเสี่ยงต่อการเกิดภาวะหัวใจล้มเหลวหรือหลอดเลือดสมองอุดตันจนถึงขั้นเสียชีวิตได้
สาเหตุของการเกิดโรค
กรรมพันธุ์ เกิดจากความผิดปกติของวงจรไฟฟ้าหัวใจแต่กำเนิด หรือความผิดปกติของโครงสร้างหัวใจ เช่น กล้ามเนื้อหัวใจผิดปกติ ลิ้นหัวใจรั่ว ผนังหัวใจหนาผิดปกติ หลอดเลือดหัวใจตีบ
การเสื่อมสภาพของระบบไฟฟ้าหัวใจ เกิดจากหัวใจทำงานมาเป็นเวลานานจึงเสื่อมสภาพไปตามอายุ ระดับพลังงานที่กระตุ้นหัวใจทำงานน้อยลง ส่งผลให้หัวใจเต้นช้ากว่าปกติ ซึ่งสาเหตุนี้มักเกิดในผู้สูงอายุ
โรคบางชนิดที่ส่งผลให้หัวใจเกิดการเต้นผิดจังหวะ เช่น ความดันโลหิตสูง ไขมันในเส้นเลือดสูง เบาหวาน เส้นเลือดหัวใจตีบ ภาวะไทรอยด์เป็นพิษ
ยาและสารบางชนิด เช่น ยาขยายหลอดลม ยาที่ออกฤทธิ์กระตุ้นหัวใจ ยาที่มีส่วนประกอบของแอมเฟตามีน กาเฟอีนที่อยู่ในชา กาแฟ และน้ำอัดลม
ลักษณะอาการ
โดยปกติอัตราการเต้นของหัวใจคนเราจะอยู่ที่ 60-100 ครั้ง/นาที ด้วยจังหวะสม่ำเสมอ แต่โรคนี้จะทำให้หัวใจของเราเต้นไม่เป็นจังหวะตามธรรมชาติ โดยแบ่งอาการได้เป็น 2 ภาวะ
ภาวะหัวใจเต้นเร็วผิดปกติ อัตราการเต้นของหัวใจจะมากกว่า 60 ครั้ง/นาที จะเกิดอาการมึนงง ใจหวิว ความดันต่ำ อ่อนเพลีย เหนื่อยง่าย แต่หากเป็นหนักอาจถึงขั้นเป็นลมหมดสติ
ภาวะหัวใจเต้นช้าผิดปกติ อัตราการเต้นของหัวใจจะต่ำกว่า 60 ครั้ง/นาที มีอาการเหนื่อยง่าย หัวใจเต้นเร็ว แต่หากอาการหนักจะมีอาการเจ็บหน้าอก ความดันโลหิตต่ำ จนอาจถึงขั้นหัวใจวายและเสียชีวิตได้

 

วิธีการรักษา
แพทย์จะพิจารณาตามสาเหตุ อาการ และความรุนแรงของโรค โดยมีทางเลือกในการรักษา ดังนี้
ใช้ยาควบคุมจังหวะหัวใจ วิธีนี้อาจไม่ช่วยให้หายขาด แต่ช่วยลดความถี่และความรุนแรงของอาการได้
ใส่เครื่องกระตุ้นหัวใจ โดยทำการฝังเครื่องมือเล็กๆ ไว้ใต้ผิวหนังบริเวณกระดูกไหปลาร้า เพื่อตรวจจับจังหวะการเต้นของหัวใจ และสอดสายนำไฟฟ้าไปยังหัวใจเพื่อควบคุมและกระตุ้นให้หัวใจเต้นตามอัตราที่กำหนด
ใช้ไฟฟ้ากระตุกเพื่อปรับการเต้นของหัวใจ วิธีนี้ใช้ในกรณีที่หัวใจเต้นเร็วเกินไป โดยแพทย์จะใช้กระแสไฟฟ้าจากเครื่องส่งซึ่งมีลักษณะเป็นแผ่นแปะที่หน้าอกผู้ป่วยเพื่อปรับจังหวะการเต้นของหัวใจ
ฝังเครื่องกระตุกไฟฟ้าหัวใจ เป็นการฝังเครื่องมือคล้ายกับเครื่องกระตุ้นหัวใจไว้ในร่างกายผู้ป่วย หากหัวใจเต้นเร็วผิดปกติ เครื่องมือจะปล่อยพลังงานไฟฟ้าในระดับที่เหมาะสมเพื่อให้หัวใจกลับมาเต้นปกติทันที
วิธีป้องกัน
ภาวะหัวใจเต้นผิดจังหวะอาจไม่สามารถป้องกันได้เสมอไป แต่สามารถลดความเสี่ยงการเกิดโรคได้ ดังนี้
⋅ หลีกเลี่ยงปัจจัยเสี่ยงต่างๆ เช่น กาแฟ เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ บุหรี่ ความเครียด
⋅ ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ
⋅ ตรวจสุขภาพและพบแพทย์สม่ำเสมอ

อย่างไรก็ตาม แม้ในทางการแพทย์จะมีวิธีรักษาโรคหัวใจเต้นผิดจังหวะอยู่หลายวิธี แต่ความน่ากลัวของโรคนี้คือ หากผู้ป่วยไม่มีอาการหัวใจเต้นผิดปกติขณะทำการตรวจรักษา แพทย์ก็อาจจะตรวจไม่พบความผิดปกติ ทำให้ไม่สามารถวินิจฉัยโรคหัวใจเต้นผิดจังหวะได้ ดังนั้น วิธีป้องกันที่ดีที่สุดคือดูแลสุขภาพร่างกายตัวเองและไปพบแพทย์เพื่อตรวจสุขภาพอย่างสม่ำเสมอ เพราะสุดท้ายแล้วคนที่จะดูแลตัวเราได้ดีที่สุดก็คือตัวเรานั่นเอง


ขอบคุณข้อมูล : โรงพยาบาลเปาโล, โรงพยาบาลปิยะเวท