Health Articles

ยาคุม ความอ้วน เบาหวาน ต้นเหตุนิ่วในถุงน้ำดี

เป็นไหม? หลังกินอิ่มมักจะรู้สึกจุกเสียดแน่นท้อง ปวดท้อง หรือท้องอืดบ่อยๆ ซึ่งอาการต่างๆ ที่ว่านี้อาจจะเป็นโรคอะไรก็ได้หลายโรค รวมถึงโรคนิ่วในถุงน้ำดี มาดูกันดีกว่าว่า เรามีความเสี่ยงมากน้อยแค่ไหนที่จะเป็นโรคนี้

ดูซิมีกี่ข้อที่เข้าข่าย

  • ผู้ที่มีอายุ 40 ปีขึ้นไป โดยเฉพาะเมื่ออายุ 60 ปีขึ้นไปจะพบได้สูงมาก โดยผู้หญิงมีโอกาสเป็นโรคนี้มากกว่าผู้ชายประมาณ 2-3 เท่า
  • เป็นหญิงตั้งครรภ์ หรือผู้ที่กินยาคุมกำเนิด หรือกินฮอร์โมนเอสโตรเจน จะส่งผลให้คอเลสเตอรอลในน้ำดีเพิ่มขึ้น และลดการเคลื่อนตัวของถุงน้ำดี จึงทำให้น้ำดีตกตะกอนได้ง่าย
  • เป็นผู้ที่มีน้ำหนักตัวเกิน หรืออ้วนนั่นเอง
  • เชื้อชาติก็มีส่วน จากสถิติพบว่าคนในตะวันตกอย่างอเมริกาเป็นโรคนี้สูงกว่าคนทางเอเชีย เพราะมีพันธุกรรมที่ทำให้มีคอเลสเตอรอลในน้ำดีสูงกว่า
  • พันธุกรรม หากคนในครอบครัวเป็นโรคนี้ สมาชิกคนอื่นๆ ก็มีโอกาสเป็นโรคนี้ก็สูงขึ้น
  • ผู้ที่ชอบกินอาหารมัน หวาน และดื่มแอลกอฮอล์เป็นประจำ เพราะส่งผลให้มีคอเลสเตอรอลสูง
  • ผู้ที่ป่วยเป็นโรคเลือด เช่น โรคธาลัสซีเมีย จะมีภาวะเม็ดเลือดแดงแตกเรื้อรังซึ่งทำให้มีสารบิลิรูบินในน้ำดีสูงขึ้น
  • ผู้ที่เป็นโรคตับแข็งจากการดื่มแอลกอฮอล์
  • ผู้ป่วยโรคเบาหวานที่มีระดับไตรกลีเซอไรด์และน้ำตาลในเลือดสูง

ลดความเสี่ยง หลีกเลี่ยงนิ่วในถุงน้ำดี
เราพบว่าปัจจัยเสี่ยงหลักๆ ของการเป็นโรคนิ่วในถุงน้ำดี คือ การมีคอเลสเตอรอลสูงและมีน้ำหนักตัวเกินมาตรฐาน เราจึงอยากแนะนำให้ทุกคนมาลดความเสี่ยงด้วยตัวเองด้วย 5 วิธีง่ายๆ นี้

  1. เลือกอาหารการกิน หลีกเลี่ยงอาหารที่มีไขมันสูง หวานจัด และเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ทุกประเภท ซึ่งเป็นสาเหตุใหญ่ที่ทำให้ร่างกายเกิดการสะสมไขมันและคอเลสเตอรอล ยิ่งสะสมนานและมากขึ้นเท่าไหร่ โอกาสเกิดนิ่วในถุงน้ำดีเมื่อสูงวัยก็จะยิ่งเพิ่มขึ้นมากเท่านั้น
  2. ระวังเบาหวาน ระมัดระวังการกินและการใช้ชีวิตประจำวัน อย่าให้เป็นเบาหวาน หมั่นออกกำลังกาย แต่หากเป็นแล้วก็ต้องควบคุมโรคให้ระดับไตรกลีเซอไรด์และน้ำตาลในเลือดอยู่ในค่ามาตรฐาน อย่าให้สูงเกินไป เพราะจะเป็นการเพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดนิ่วในถุงน้ำดีได้
  3. ไม่ปล่อยให้อ้วน ดูแลน้ำหนักตัวอย่าให้อ้วนเกินไป เพราะความอ้วนเป็นปัจจัยเสี่ยงที่มีผลมากกับการเกิดนิ่วในถุงน้ำดี แต่ใช่ว่าคนที่มีน้ำหนักตัวปกติจะมีคอเลสเตอรอลสูงไม่ได้ ดังนั้นนอกจากคนอ้วนแล้ว คนที่มีน้ำหนักตัวปกติหรือคนผอมก็ยังคงควรตรวจสุขภาพ เพื่อตรวจหาค่าคอเลสเตอรอลและดูแลให้อยู่ในระดับมาตรฐานเสมอ
  4. ลดน้ำหนักอย่างช้าๆ เทรนด์การลดน้ำหนักโดยใช้เวลาน้อยกำลังมาแรง แต่การลดน้ำหนักตัวอย่างรวดเร็วในเวลาอันสั้น จะส่งผลให้ตับหลั่งคอเลสเตอรอลออกมาสู่ถุงน้ำดีมากขึ้น ทำให้ถุงน้ำดีบีบตัวน้อยลง น้ำดีก็จะค้างอยู่ในถุงน้ำดีนานขึ้นจนอาจตกตะกอนและกลายเป็นนิ่วในที่สุด ดังนั้นการลดน้ำหนักอย่างถูกต้องคือการควบคุมอาหารและการออกกำลังกายอย่างเหมาะสม อย่าลดน้ำหนักรวดเร็วเกินไป โดยเฉลี่ยแล้วไม่ควรลดน้ำหนักมากกว่า 2-3 กิโลกรัมต่อเดือน เพราะการลดน้ำหนักที่รวดเร็วเกินไปนอกจากเป็นอันตรายต่อสุขภาพแล้ว ยังจะเกิดโยโย่เอฟเฟคกลับมาอ้วนใหม่ได้ง่ายอีกด้วย
  5. เปลี่ยนวิธีการคุมกำเนิด คุณผู้หญิงที่คุมกำเนิดด้วยการกินยาคุมกำเนิดต่อเนื่องเป็นเวลานาน หรือกินฮอร์โมนทดแทนนานเกินไป เป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้คอเลสเตอรอลในถุงน้ำดีเพิ่มขึ้น ซึ่งเป็นสาเหตุของการเกิดนิ่วในถุงน้ำดี หากต้องการคุมกำเนิดควรปรึกษาแพทย์หรือใช้วิธีคุมกำเนิดแบบอื่นแทนบ้างสลับกันไป หรือให้ฝ่ายชายเป็นผู้คุมกำเนิดแทนบ้างจะดีกว่า


สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม 
ศูนย์ศัลยกรรม รพ.พญาไท 1
โทร.02-201-4600 ต่อ 2185, 2285