Health Articles

ตรวจเต้านมให้เป็น เพิ่มโอกาสหายจากมะเร็งเต้านม


ก่อนจะเข้ารับการตรวจเต้านมโดยแพทย์หรือการทำแมมโมแกรม “การตรวจเต้านมด้วยตัวเองได้อย่างถูกวิธี” นับว่าเป็นด่านแรกของการตรวจพบความเสี่ยง “มะเร็งเต้านม” เพราะหากผู้ป่วยสังเกตเห็นความผิดปกติตั้งแต่เนิ่นๆ และรีบมาพบแพทย์เพื่อตรวจวินิจฉัยอย่างละเอียด โอกาสหายจากมะเร็งเต้านม…ก็ยิ่งเพิ่มเปอร์เซ็นต์มากขึ้นกว่าเดิม! 

ตรวจเต้านม บ่อยแค่ไหน…แล้วต้องตรวจวันไหนบ้าง

  1. ตรวจเป็นประจำทุกเดือน
  2. ตรวจหลังประจำเดือนมา 7-10 วัน นับจากวันแรกของการมีประจำเดือน
  3. ตรวจวันเดียวกันของทุกเดือน ถ้าคุณไม่มีประจำเดือนแล้ว


แล้ววิธีการตรวจล่ะ…ต้องทำยังไงนะ
?

  1. ยืนหน้ากระจก แล้วดูที่เต้านมทั้ง 2 ข้าง แล้วสังเกตว่า ขนาด รูปร่าง สีผิว ตำแหน่งของเต้านม หัวนม เป็นอย่างไร และควรเทียบการเปลี่ยนแปลงกับเดือนก่อน
  2. หลังจากนั้นให้ยกแขนขึ้นเหนือศีรษะทั้ง 2 ข้าง แล้วดูที่เต้านมอีกครั้ง ค่อยๆ หมุนตัวช้าๆ เพื่อที่จะดูบริเวณด้านข้างของเต้านม
  3. มือเท้าเอว และโน้มตัวมาข้างหน้าเล็กน้อย ดูความเปลี่ยนแปลงซ้ำอีกครั้ง
  4. ใช้นิ้วมือบีบที่หัวนมเบาๆ ดูว่ามีเลือด หนอง หรือน้ำไหลออกจากหัวนมหรือไม่
  5. เริ่มคลำเต้านม ให้คลำตั้งแต่กระดูกไหปลาร้าลงมา ใช้มือซ้ายคลำเต้านมข้างขวา ให้ใช้นิ้วชี้ นิ้วกลาง และนิ้วนางทั้ง 3 นิ้ว ค่อยๆ กดลงบนผิวหนังเบาๆ และกดแรงขึ้น จนกระทั่งสัมผัสกระดูกซี่โครง คลำเต้านมให้ทั่วทิศทาง การคลำทำได้หลายแบบ สิ่งที่สำคัญคือต้องคลำให้ทั่วเต้านมไปจนถึงบริเวณรักแร้ใต้วงแขน หลังจากนั้นให้เปลี่ยนมาคลำอีกข้างแบบเดียวกัน
  6. เมื่อเสร็จการคลำในท่ายืนแล้ว ให้เปลี่ยนเป็นคลำในท่านอนโดยใช้หมอนหนุนไหล่ข้างที่จะคลำ แล้วคลำซ้ำเหมือนท่ายืน 


นี่คือสัญญาณเตือน…ว่าควรรีบไปพบแพทย์

•  ก้อนเนื้อเต้านมหนากว่าปกติ Lump or thickening (breast, underarm)
•  ผิวหนังแดง หรือร้อน
•  รูขุมขนใหญ่ขึ้นเหมือนผิวส้ม
•  ผิวหนังบุ๋ม หรือมีการหดรั้ง
•  มีการนูนของผิว
•  ปวดกว่าปกติที่เคย
•  คัน มีผื่น โดยเฉพาะบริเวณหัวนม และฐานรอบหัวนม
•  หัวนมบุ๋ม
•  การชี้ของหัวนมเปลี่ยนทิศทาง
•  เลือดไหลออกจากหัวนม
•  มีแผลที่หายยากของเต้านม หัวนม 


สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม
ศูนย์รักษ์เต้านม (Breast Care Center) อาคาร A ชั้น 1 รพ.พญาไท 2 โทร. 02-617-2444 ต่อ 4125